Mickey Niagara

Mickey Niagara

มิคกี้ ไนการ่า (Mickey Niagara) เกิดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2540 เป็นหนึ่งในนักการตลาดที่มีชื่อเสียง และเป็นนักลงทุนที่สร้างรายได้อย่างมากในด้านของ เงินดิจิตอล หรือ Cryptocurrency เป็นนักลงทุนที่ตัดสินใจอย่างเด็ดเดียว จึงเป็นผู้ที่ไม่นิยมทำงานเป็นทีม คงเป็นเพราะเป็นคนที่คิดเร็วทำเร็ว แต่ผ่านกระบวนความคิดและประสบการณ์ที่สะสมมานานหลายปี จึงทำให้เค้าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

ทำความรู้จัก Mickey Niagara

สมัยเด็ก มิคกี้ ไนการ่า โตมาในครอบครัวที่พอมีพอกิน ไม่จนไม่รวย มีเพื่อนมากมายหลากหลายกลุ่ม ทั้งเพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนแถวบ้าน และแน่นอนว่าเค้าโตมาในโลกที่มีอินเทอร์เน็ตใช้ เค้าจึงมีเพื่อนในเว็บบอร์ดต่างๆ ที่เค้าสนใจ จึงเริ่มศึกษาความรู้ที่ไม่ได้มีในห้องเรียนตั้งแต่อายุได้ 8 – 9 ขวบ และคงเพราะความสนใจของมิคกี้นั้น ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เด็กๆ หลายคนยังไม่สนใจกัน แต่ด้วยความที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี บ้านของเขาอยู่ใกล้กับร้าน Exchange เงินหลากหลายสกุล จึงทำให้เขาสนใจเรื่องการแลกเปลี่ยนมาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงยังไม่เข้าใจถึงการเป็นเจ้าของกิจการและคิดว่าเป็นเรื่องที่ยากเกินไปสำหรับเขาและต้องมีการจ้างพนักงานจำนวนหลายคนต่อหนึ่งสำนักงาน และเขายังสามารถหารายได้พิเศษจากการที่เดินผ่านร้านแลกเปลี่ยนเงินในทุกๆวันเพราะเขาจะเห็นว่าช่วงไหนที่เงินบาทอ่อนค่าลงหรือแข็งค่าเขาจะนำเงินที่แลกไว้มาทำการแลกเปลี่ยนเพื่อนำกำไรมาเก็บไว้และรอจังหวะที่เขาจะซื้อใหม่อีกครั้ง และเขาก็ใช้เงินส่วนนี้ในการหารายได้เสริมเรื่อยมา

Mickey Niagara
Mickey Niagara

สิ่งที่มิคกี้ชอบเป็นที่สุดอีกอย่างนึงก็คือเรื่องของเทคโนโลยี เขามักจะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่ผ่านเข้ามาในแต่ละช่วง เวลาว่างของเขาจึงมักจะใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของเขา และแน่นอนว่าเขาคือเด็กที่เคยขุด bitcoin และขุดเหรียญอื่นๆมาก่อนหน้า ที่ เหรียญดิจิตอลจะมีชื่อ และเขาสามารถทำกำไรได้จำนวนมหาศาล เพราะความชอบและเทคโนโลยีของเหรียญดิจิตอลที่มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

Work Life Balance ก็เป็นเรื่องสำคัญ

เงินที่หามาได้ส่วนใหญ่มิคกี้ ใช้วิธีการจัดการแบบ work life balance เขาจัดการทุกอย่างอย่างลงตัวทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต นอกจากการหาความรู้แล้ว มิคกี้ ก็ยังท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆทั่วโลก เพื่อผ่อนคลายและพบเจอกับสิ่งที่หลากหลายแตกต่างกันไปตามแต่ละทวีป และได้พบกับผู้คนมากมายหลากหลายอาชีพในระหว่างการเดินทางจึงได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติความคิดและวิธีการทำงานกับคนในหลายๆประเทศ จึงทำให้เขาได้รับความรู้และประสบการณ์ต่างๆของผู้คนจำนวนมาก ยิ่งทำให้เพิ่มประสบการณ์อย่างทวีคูณ การจัดตารางทำงาน และการวางแผนเที่ยว ของเขา จึงดูเป็นการวางแผนงานที่เหมือนไปเที่ยวอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีคนเห็นการใช้ชีวิตของเขาจึงให้ความสนใจและมองเขาเป็นตัวอย่าง

สมัยที่เขาเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะทำงาน เขาเป็นคนค่อนข้างที่จะเก็บตัวในการหาความรู้ เข้าห้องสมุด และท่องโลกอินเตอร์เน็ต เพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จึงทำให้ช่วงเวลานี้เขาไม่ค่อยมีเพื่อน และไม่ค่อยได้เข้าสังคม ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป แต่เขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงิน เพราะมิคกี้สามารถหาเงินส่งตัวเองเรียนและมีเงินเก็บจำนวนมากตั้งแต่วัยรุ่น และสำหรับวัยรุ่นทั่วๆไปมิคกี้เริ่มสนใจผู้หญิง แต่ไม่รู้จะเข้าหาอย่างไร เพราะเขามักใช้ชีวิตอยู่คนเดียว จึงทำให้เขาเริ่มสนใจ วิธีการเข้าสังคม และการใช้ชีวิตทำงาน เมื่อเขาปรับตัวได้เขาจึงเป็นคนที่มีคนสนใจจำนวนมาก และเริ่มมีชื่อเสียง รวมทั้งการที่เขาเป็นคนเก็บเงินได้จำนวนมากมาตั้งแต่เด็ก ผู้ที่สนใจแนวเดียวกัน จึงแลกเปลี่ยนวิธีการและ ให้การสนับสนุนการในเรื่องการลงทุน

การทำงานของมิคกี้นั้น เน้นเรื่องของ work life balance เป็นหลัก และด้วยอาชีพของเค้า สามารถทำงานจากที่ได้ก็ได้ขอเพียงมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต และคอมพิวเตอร์คู่ใจของมิคกี้ แน่นอนว่าการทำงานงานของเขาคือการลงทุน เขาจึงไม่ต้องมานั่งสังงานใคร หรือจัดการกับวัตถุดิบต่างๆ ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าสถานที่ ไม่ต้องสนใจใบเสนอราคา หรือการวางบิล เค้าจึงใช้เวลาโฟกัสในสิ่งที่เขาทำได้เป็นอย่างดี

การพนันไม่ใช่เรื่องของดวง

Mickey Niagara

การเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก เขามักจะเดินทางไปที่ Las Vegus และ Macau บ่อยเป็นพิเศษ นั่นก็เพราะมีสิ่งที่เค้าชื่นชอบอีกอย่างก็คือ การพนัน เขาไม่เชื่อว่าการเล่นพนัน เป็นเรื่องของดวงหรือความโชคดี เขาเชื่อว่าเป็นตัวเลขที่สามารถคำนวนได้ หรือใช้เหตุผลของความน่าจะเป็น เอาชนะการเดิมพันได้ ซึ่งก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้เขาจึงสร้างรายได้จากการเล่นพนันได้ไม่น้อยกว่าการลงทุนในส่วนอื่นๆของเขาเลย แน่นอนว่าเขาเป็นคนที่มีเหตุผลดังนั้นเขาจึงใช้เงินของตัวเองอย่างคุ้มค่าไม่ลงทุนไปในความเสี่ยงที่ไม่ได้คืนอย่างแน่นอน

นิคกี้ ยังเป็นนักการตลาดที่ช่วยแผนให้บริษัททั้งเล็กและใหญ่จำนวนมาก เขาเป็นนักการตลาดที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เพราะการเดินทางของเขานั้นยิ่งสร้างประสบการณ์และพบเจอกับบุคคลต่างๆที่ประกอบอาชีพไม่เหมือนกัน เขาเก็บ Connection เอาไว้ ในงานของเขาเมื่อเห็นว่า บริษัทที่เขาทำงานด้วยกับ Connection ที่เขามี สามารถส่งเสริมกันได้ และแน่นอนคือคนทำงานที่ ไม่อาศัยพนักงาน ทำงานด้วยตัวคนเดียว โดยใช้ทักษะการประสานงาน

กว่าจะประสบความสำเร็จได้ นิคกี้ ก็เจอกับอุปสรรคต่างๆมามากมาย แต่เขาก็หวังว่าอยากให้คนรุ่นใหม่ เปิดใจลองใช้ชีวิตการทำงานการและการพักผ่อน อย่างสมดุล ฝึกฝนทักษะที่ตัวเองถนัด ให้ออกมาดีที่สุด โดยตัวงานจะต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุด เรียกว่าได้งานชิ้นโบว์แดงภายใต้เวลาอันจำกัด เพื่อให้เวลาที่เหลือเป็นเวลาพักผ่อนของตัวเอง เมื่อได้พักผ่อนก็จะมีไอเดียและแรงในการคิดและลงมือทำงานชิ้นใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี และทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ชายที่ชื่อว่านิคกี้ประสบความสำเร็จ